ศูนย์คู่มือ Ruk-Com PaaS

คู่มือการพัฒนา Deploy และดูแล Application บน Platform

RUK-COM PAAS / QUICKSTART

คู่มือ Dashboard

คู่มือนี้เรียบเรียงสำหรับ Ruk-Com PaaS หน้าจอและตัวเลือกอาจแตกต่างตามเวอร์ชันและสิทธิ์ของบัญชี

ตรวจสอบ Environment, Region, สิทธิ์บัญชี และสำรองค่าปัจจุบันก่อนดำเนินการกับระบบจริง

ปรับปรุงตามเอกสาร Platform ปัจจุบัน

ตรวจสอบชื่อเมนู ตัวเลือก และข้อกำหนดล่าสุดจากเนื้อหาภาษาอังกฤษในหน้าเดียวกันก่อนดำเนินการกับระบบจริง

วัตถุประสงค์

บทความนี้อธิบายการใช้งาน คู่มือ Dashboard บน Ruk-Com Cloud PaaS โดยจัดลำดับขั้นตอนและจุดตรวจสอบสำหรับการนำไปใช้งานจริง

ก่อนเริ่มดำเนินการ

  • เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์จัดการ Environment ที่เกี่ยวข้อง
  • ตรวจสอบชื่อ Environment, Region และ Resource เป้าหมายก่อนบันทึกการเปลี่ยนแปลง
  • สำรองข้อมูลหรือกำหนดแผนย้อนกลับก่อนแก้ไขระบบ Production

คำแนะนำต่อไปนี้จะให้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการใช้งาน Dashboard Ruk-Com Cloud และจะช่วยให้คุณทำความคุ้นเคยกับ feature โดยรวมทั้งหมดที่จำเป็นโดยสามารถแบ่งการใช้งาน เป็นหมวดหมู่ใหญ่ๆได้ดังนี้

การสร้างและจัดการ Environment

ก่อนอื่นผู้เขียนจะขอใช้คำว่า ENV แทนคำว่า Environment เพื่อความง่ายต่อการเรียกและใช้งาน

1. กด NEW ENVIRONMENT ทางด้านมุมบนซ้ายของหน้าจอ

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

2. จะมี Popup แสดงขึ้นมาเราเรียกหน้าแสดงผลนี้ว่า Topology Wizard ซึ่งหน้าจอนี้จะทำให้คุณสามารถปรับแต่งอะไรก็ได้อย่างอิสระ

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS
ในส่วนนี้สามารถทดลองสร้าง Application หรือ Environment ที่ต้องการและกด Create จากตัวอย่างผมจะทดสองสร้าง Server สำหรับรัน Node.js
ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS
ระบบกำลังสร้าง Environment และสร้าง Container ที่ต้องการใช้งาน
ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS
หลังจากสร้างเสร็จจะมีแถบ Status แสดงว่า Running

อธิบายรายละเอียดในแต่ละช่องการแสดงผล

  • ชื่อ: ในช่องนี้จะแสดง ชื่อ Env, ชื่อ Domain สำหรับเข้าถึง (alias), แสดงที่ตั้งของ Server สามารถกดแสดงรายละเอียดได้เพิ่มเติมได้ที่ไอคอนด้านหน้าชื่อ Env
  • สถานะ: ในช่องนี้จะใช้สำหรับบอก Status ของ Env โดยจะมีรายละเอียดทั้งหมดดังนี้ (วิ่ง, นอนหลับ, หยุดแล้ว, การสร้าง, กำลังเปิดตัว, หยุด, การ Clone นิ่ง, กำลัง Deploy ใหม่, กำลังส่งออก, กำลังติดตั้ง, การย้ายถิ่นฐาน, กำลังลบ)
  • แท็ก: ใน Column นี้เราสามารถเพิ่ม Tag สำหรับเรียกชื่อ Project, Version, หรือตั้งเป็นหมวดหมู่ของงานได้
  • การใช้งาน: ในช่องนี้จะแสดงการใช้งาน Resource ณ์ของ Container ปัจุบัน (การใช้งาน Cloudlet และ Disk Space) อีกทั้งยังสามารถดูยอดใช้ค่าบริการผ่านการกดไอคอนรูปถุงเงินสีทอง เพื่อให้เห็นรายจ่ายต่อ Env ได้



ไอคอนและสัญลักษณ์ต่างๆของ Dashboard

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

1. แก้ไขชื่อ ENV ด้วยไอคอนรูปดินสอ

2. สามารถเอาเมาส์เลื่อนผ่าน Environment และจะเห็น ธงชาติ หรือชื่อ Datacenter ที่ใช้งานหากต้องการย้าย Datacenter สามารถทำได้ด้วยการ Migration (ในส่วนนี้จะพูดในหัวข้อถัดไป)

3. สามารถกด Open in Browser เพื่อเปิดเวปไซต์และเข้าสู่ Env นั้นๆ

4. เมนู Settings สามารถปรับแต่ง Env ได้อีกมากมายสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แผงการกำหนดค่า

5. เมนู Change Environment Topology สำหรับปรับแต่ง Topology Wizard กรณีต้องการปรับแต่ เพิ่มลด Container หรือเพิ่มลด Resource ณ์ต่างๆ

6. เมนู Clone Environment สำหรับ Clone Env ทั้งหมดไปเป็น Env ใหม่สามารถ Clone ไปทั้ง Datacenter เดิมและข้าม Datacenter หรือสามารถทำเป็น Dev, Staging, Production ได้ทันที

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการ Clone Environment

7. เมนูสำหรับแก้ไขสถานะของ Server เช่น เปิด / ปิด Env

หมายเหตุ:

เมื่อ ENV เป็นสถานะ Stop จะมีบาง Function ใน Setting ที่จะไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจาก Container ทั้งหมดใน ENV จะถูก Stop ไปด้วย

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

8. เมนู Delete Environment สำหรับลบ Env ที่เราไม่ต้องการใช้งาน ระบบจะถามรหัสผ่านของ Account ก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการกดผิดพลาด

9. เมื่อเลื่อมเมาส์ผ่านช่องที่ชื่อว่า Tag จะสามารถตั้งชื่อโปรเจคหรือชื่อกลุ่มให้กับ Env ได้ด้วยเมนู Edit Environment Group



การตั้งค่าและปรับแต่ง Environment

ในส่วนของ Settings จะมีทั้งหมด 11 หัวข้อที่จำเป็นต้องใช้งานในการจัดการ Env

  • Domain ที่กำหนดเอง
  • SSL แบบกำหนดเอง
  • การเข้าถึง SSH
  • จุดสิ้นสุด
  • Firewall
  • การตรวจสอบ
  • การทำงานร่วมกัน
  • เปลี่ยน
  • เจ้าของ
  • การโยกย้าย
  • ส่งออก
  • ข้อมูล

1. เมนู Custom Domain ใช้สำหรับตั้งค่าชื่อ Domain Name ที่ต้องการเชื่อมต่อกับ Env โดยจะมี 2 เมนูย่อยคือ Domain Binding ใช้สำหรับเชื่อม Domain เข้าระบบและชี้ Cname มาที่ Alias ของ Env และเมนู Swap Domains ใช้สำหรับเปลี่ยน Domain เนมไปเชื่อมกับ Env อื่นๆ

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ข้อมูลเพิ่มเติม

2. เมนู Custom SSL สำหรับการตั้งค่า SSL ด้วยตัวเองกรณีมีไฟล์ Certificate อยู่แล้วโดยจะมีช่องให้อัปโหลด Certificate, Key และ CA และกด Save

กรณีที่ต้องการใช้ SSL Certificate แบบ Custom จำเป็นจะต้องขอPublic IPให้กับ Load Balancer ก่อนเท่านั้น

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ข้อมูลเพิ่มเติม

3. เมนู SSH Access หลังจากกดเข้ามาที่เมนูนี้จะเห็น 3 แท็บด้านบนคือ Public Keys, SSH Connection และ SFTP / Direct SSH Access โดยสิ่งที่จำเป็นสำหรับเมนูนี้คือต้องเพิ่มSSH Key สาธารณะเข้าไปในระบบก่อน หลังจากนั้นช่อง SSH Connection จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับ Server ที่เราสามารถเชื่อมต่อ SSH ไปได้

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ข้อมูลเพิ่มเติม

4. เมนู Endpoints ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อ Container ผ่าน Protocol TCP/UDP จากภายนอกได้โดยระบบจะ random port ให้ใช้งานสำหรับทดสอบการเข้าถึง Container ได้อย่างง่าย

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ข้อมูลเพิ่มเติม

5. เมนู Firewall ใช้สำหรับกำหนดและจำกัดการเข้าถึง Container ภายใน Env โดยสามารถกำหนดทั้ง Inbound และ Outbound Rule ว่าสามารถให้ใครเข้าถึงได้บ้างและจะบล๊อค Traffic จากที่ไม่ต้องการได้

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ข้อมูลเพิ่มเติม

6. สามารถติดตามสถานะการใช้งาน Resource ณ์ได้ด้วยเมนู Monitoring รวมถึงสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนเมื่อ Container ใช้งาน Resource ณ์ถึงค่าที่เรากำหนดได้

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS
  • เมนูย่อยโหลดการแจ้งเตือนช่วยให้คุณสามารถตั้งการแจ้งเตือนเมื่อ Resource ณ์ของ Container ถึงจุดที่เราต้องการทราบได้ เช่น ต้องการให้เตือนเมื่อใช้ CPU เกิน 70% เป็นต้น
  • เมนูย่อยทำ Horizontal Scaling อัตโนมัติช่วยให้สามารถตั้งค่าการขยายเครื่องแบบ Scale Out อัตโนมัติโดยจะขยายเครื่องตามเงื่อนไขที่กำหนดเช่น เมื่อ CPU เกิน 70% ติดต่อกันเกิน 5 นาที เพิ่มเครื่องอัตโนมัติ 3 เครื่อง และเมื่อ CPU น้อยกว่า 10% เป็นเวลามากกว่า 5 นาทีให้ลบเครื่องให้เหลือแค่ 1 เครื่องอัตโนมัติ โดยเงื่อนไขสามารถกำหนดได้จากซีพียู, หน่วยความจำ, เครือข่าย, ดิสก์ I/O, และดิสก์ IOPS
  • สามารถดูประวัติการแจ้งเตือนทั้งหมดได้ที่เมนูย่อยประวัติเหตุการณ์

ข้อมูลเพิ่มเติม

7. เมนูการทำงานร่วมกันใช้สำหรับจัดการ เพิ่ม ลด และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง Env นั้นๆ เช่น ต้องการส่งต่อ Env นี้ให้กับคนในทีม หรือแต่ละแผนกในองค์กรณ์สามารถ Invite เพื่อนๆหรือผู้เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล Env ได้

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

จากตัวอย่างได้เพิ่มสิทให้กับ Email [email protected] ให้สามารถแก้ไขและ SSH เข้ามา Env นี้ได้ หากคุณต้องการถอดสิทธิ์สามารถถอดสิทธิ์ด้วยการกดปุ่ม Delete

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • การทำงานร่วมกันของบัญชี

8. สามารถโอนสิทธิ์การจัดการ Env ทั้งหมดให้สมาชิกท่านอื่นดูแลต่อด้วยเมนูเปลี่ยนเจ้าของ

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

คุณสามารถโอน Env ให้กับสมาชิก Ruk-Com Cloud ท่านอื่นดูแลงานต่อได้เพียงค่ใส่ Email และกด Send Request เพียงแค่ปลายทางกดยอมรับ Env ก็จะถูกย้ายผู้ดูแลทันทีรวมถึงค่าบริการทั้งหมดจะถูกคิดที่สมาชิกที่ดูแลต่อ

ข้อมูลเพิ่มเติม

9. สามารถย้าย Datacenter หรือย้าย Region ได้ด้วยเมนูการโยกย้าย

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ใช้ในกรณีที่ต้องการย้าย Region เช่นอยากย้ายจาก Thailand ไปอยู่ Singapore หรือต้องการเอา Env ไปไว้บน Public Cloud อื่นๆเช่น Google Cloud หรือ Aws เป็นต้น ซึ่งเมนูนี้ทาง Ruk-Com Cloud มีแผนที่จะเพิ่ม Region หรือ Datacenter เรื่อยๆตามความต้องการของลูกค้า

ข้อมูลเพิ่มเติม

10. คุณสามารถเก็บค่า Config รวมถึงไฟล์ข้อมูลทั้งหมดของ Env ด้วยเมนูส่งออก

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ปัจุบันถ้าใช้ Image ที่เป็นหน้าต่าง, ที่เก็บของ, VPS แบบยืดหยุ่น, มาเวน, และContainerDockerจะไม่สามารถ Export ข้อมูลที่อยู่ใน Container ออกมาได้ จะได้มาเพียงค่า Configuration หากต้องการเก็บข้อมูลจำเป็นต้อง Backup แยกออกมาจากช่องทางอื่นเช่น SFTP / SSH หรือ Clone ENV

ข้อมูลเพิ่มเติม

11. แสดงรายละเอียดของ Env เช่น ชื่อเจ้าของ Project, วันที่สร้าง, ที่ตั้งของ Server ได้ที่เมนู Info

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS


ไอคอนและสัญลักษณ์ต่างๆของ Instance

คุณสามารถกดที่ลูกศรด้านหน้า Env เพื่อขยายดูรายละเอียดของกลุ่มของ Container ทั้งหมดของ Env นั้นๆได้ รวมถึงแสดงถึงหมายเลข IP Address ทั้ง Public IP / Private IP และอื่นๆ

ในตัวอย่างนี้จะมี Icon ต่างๆให้ใช้งานมากมายโดยจะอธิบายแต่ละฟังก์ชั่นการทำงานดังนี้

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS
  • ตั้งนามแฝงใช้สำหรับแก้ไขชื่อ Container เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
  • เปิดใน Browserใช้สำหรับเข้าถึง Env ผ่าน Web Browser เช่น Google Chrome / Firefox เป็นต้น โดยจะสามารถเข้าได้เฉพาะ Layer ที่เป็น Load Balancer และ Application เท่านั้น ไม่สามารถเข้าถึงส่วนที่เป็น Storage หรือ Container ที่ build เองได้
  • RestartNodeใช้สำหรับ Restart Container สามารถสั่งได้ทั้งทีละ Container หรือสั่ง Restart ได้ทั้ง Layer ของ Env
  • การกำหนดค่าใช้สำหรับเข้าถึงค่า Config ต่างๆของ Container รวมถึงเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์ต่างๆ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่นี่
  • เข้าสู่ระบบใช้สำหรับดู Log ของแต่ละ Container ซึ่งแต่ละ Layer ของ Application ก็จะมีชื่อไฟล์ที่ตามกันสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Log ได้ที่Log File
  • สถิติใช้สำหรับดู Resource ณ์ที่ใช้ทั้ง CPU, RAM, Network, Disk space, และ IOPS โดยสามารถดูแยก Container ได้แบบเรียลไทม์
  • เว็บ SSHสามารถเข้าถึง SSH ได้ผ่าน Web Browser
  • Redeploy Containerใช้สำหรับรีเซตค่าต่างๆของ Container ให้เป็นค่าตั้งต้นหรือเปลี่ยน Version ของ Container ตาม Tag สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อัปเดต Node
  • ส่วนเสริมใช้สำหรับติดตั้งโปรแกรมเสริมให้กับ Container เช่น ติดตั้ง Library เพิ่มเติมหรือติดตั้งระบบ Monitor อื่นๆเป็นต้น
  • นอกจากนี้สำหรับการตั้งค่าอื่นๆเพิ่มเติมเช่น (ตัวแปร, ลิงค์, เล่ม, CMD / จุดเริ่มต้น) หรือ ตั้งค่าการ Scale เป็นต้น ดูรายละเอียดได้เพิ่มเติมที่การตั้งค่า Container

การ Import ข้อมูล Environment และ Cloud Script

ถัดจากเมนู NEW Environment ต่อไปมาที่เมนู Import ใช้สำหรับอัปโหลด Script เพื่อสร้าง Env ซึ่งจะรองรับไฟล์นามสกุล.json, .jps, .ซีเอส, .yml, หรือ.yamlที่ใช้สำหรับทำ Add-on หรือปรับแต่ง Env ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถประยุกต์ใช้เพิ่มเติมกรณีที่ต้องการทำ Infrastructure as code ได้ง่ายขึ้น

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS
  • ไฟล์ในเครื่องสำหรับอัปโหลดไฟล์ JPS Script จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน
  • URLใช้สำหรับอัปโหลดผ่าน URL (รองรับทั้ง Protocol HTTP และ HTTPS)
  • เจพีเอสสำหรับเขียน Script ที่เป็น JSON/YAML หรือแม่แต่การ Custom จาก JPS Collection ที่มีอยู่แล้วสามารถทำได้ที่เมนูนี้
ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ข้อมูลเพิ่มเติม

การใช้งาน Marketplace

หากคลิ๊กที่เมนูตลาดด้านบนของ Dashboard คุณจะพบกับระบบ CMS ต่างๆและ Solution ที่เป็น Best Practice ที่เราได้รวบรวมไว้เป็นกลุ่มไว้มากมาย

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

โดย Marketplace จะแยกเป็น 2 หมวดหมู่ใหญ่ๆคือ

  • การใช้งานสำหรับการสร้าง Env ใหม่โดยใช้ระบบอัตโนมัติในการเชื่อมต่อแต่ละ Container เข้าด้วยกัน รวมถึงการทำ Pre Configuration ให้พร้อมใช้งาน
  • ส่วนเสริมสำหรับเพิ่มความสามารถให้กับ Env ที่เรามีอยู่แล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติม

การสร้าง Group ให้กับ Environment

Ruk-Com Cloud สามารถให้คุณสร้างกลุ่มของ Env ตัวอย่างเช่น ผู้ดูแลระบบที่ดูแลโปรเจคให้หลายๆบริษัท หรือ หลายๆแผนก สามารถแยกกลุ่มได้และยังสามารถสร้างหมวดหมู่ย่อยได้ เช่นการพัฒนา/การทดสอบ/การผลิต, Server/Database/ที่เก็บข้อมูลเป็นต้น

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

คุณสามารถจัดการการแยกเครือข่ายผ่านกลุ่มของ Env ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

การใช้ช่องค้นหา

เมนูสำหรับค้นหาผ่าน Dashboard เป็นฟังก์ชั่นหลักที่สำคัญเพราะจะช่วยให้คุณค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ โดยเมนูจะอยู่ช่องขวาบนหรือสามารถใช้คีย์ลัดได้โดกด CTRL+F/CMD+F

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ระบบจัดการการ Deployment

เมนู Deployment Manager จะอยู่ทางด้านล่างของ Dashboard คุณสามารถอัปโหลด Application หรือ Source Code ที่จะนำไปใช้กับการสร้าง Env ในภายหลังได้ โดยจะแยกเป็น 2 ฟังก์ชั่นการทำงานหลักๆคือ

  • เก็บถาวรสำหรับเก็บ Application เป็นไฟล์ที่ผ่านการบีบอัดไว้คุณสามารถอัปโหลดจาก Compuer ของคุณหรืออัปโหลดผ่าน URL เข้ามาก็ได้
  • Git / SVNสำหรับเชื่องต่อกับ Project ผ่าน GIT/SVN โดยคุณสามารถใส่ Credential และเชื่อมกับ Repository ของคุณเองได้ผ่านการกดเมนูเพิ่มซื้อคืน

หลังจากคุณได้เชื่อมต่อโปรเจคงานของคุณแล้วต่อไปคุณจะสามารถใช้ฟังก์ชั่นDeploy โดยอัตโนมัติได้ผ่านคู่มือในหัวข้อถัดๆไป

ชนิดของ VCS Deployment สำหรับ Java Application สามารถดูคู่มือNode การสร้าง Mavenเพิ่มเติมได้

งานและกิจกรรมต่างๆของ Platform

หัวข้อ Task อยู่ทางมุมซ้ายล่างของหน้าขอ จะแสดง Activity ต่างๆของ Ruk-Com Cloud Platform ตั้งแต่กระบวนการเริ่มทำงานจนถึงสิ้นสุดการทำงาน ใช้สำหรับวิเคราะห์ปัญหาและสามารถดูกิจกรรมของคนในทีมย้อนหลังได้

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ข้อมูลต่อไปนี้จะอธิบายในแต่ละช่อง

  • สถานะใช้สำหรับบอกสถานะการทำงานต่างๆโดยจะมี รูปสัญลักษณ์หมุน (in progress), จุดสีเขียว (Success) และ จุดสีแดง (Error)
  • เวลา: แสดงเวลาเริ่มต้นของงานนั้นๆ (จะถูกจัดกลุ่มแบบวันต่อวัน)
  • Environment: แสดงชื่อของ Env ที่มีการดำเนินการต่างๆ และจะแสดงเครื่องหมาย - หากไม่ทราบว่าเป็นหมายเลข Env ไหน
  • งาน: ใช้สำหรับอธิบายรายละเอีดเมื่อพบข้อผิดพลาด หรือทำงานนั้นๆไม่สำเร็จ
ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS
  • ระยะเวลา: แสดงเวลาทั้งหมดที่ใช้ไปกับงานนั้นๆ
  • ค้นหา: ใช้สำหรับค้นหา Task ตามช่วงเวลาหรือค้นหาตาม Env ได้

การตั้งค่า User

กดที่หัวข้อ Settings ที่มุมขวาบนของ Dashboard จะแสดงรายละเอียดทางด้านล่างของหน้าจอ ในส่วนนี้จะเกี่ยวกับการตั้งค่า User ทั้งหมด โดยมีรายละเอียดดังนี้บัญชี, โทเค็นการเข้าถึง, SSH Keyและการทำงานร่วมกัน

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS
ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS
ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ในเมนูSSH Key / การเข้าถึง SSHจะมีแยกเป็น 4 เมนูย่อยดังนี้

  • กุญแจสาธารณะ: ใช้สำหรับเก็บกุญแจสาธารณะเพื่อใช้สำหรับการเชื่อมต่อ SSH จากระยะไกล หรือจากภายใน Platform
  • คีย์ส่วนตัว: ใช้สำหรับเก็บคีย์ส่วนตัว(ใช้สำหรับเชื่อมต่อ private Git repository ผ่าน Protocol SSH)
  • การเชื่อมต่อ SSH: แสดงข้อมูลสำหรับเชื่อมต่อ SSH ผ่านประตูเอสเอสเอชและแสดงวิธีการเข้าถึง SSH ผ่านเว็บบราวเซอร์ (เว็บ SSH)
  • การเข้าถึง SFTP / SSH โดยตรง: แสดงข้อมูลสำหรับเชื่อมต่อด้วย ProtocolSFTP/ปลา

ศูนย์ช่วยเหลือ

เมนู Help สำหรับหาข้อมูลการใช้งานรวมถึงช่องทางการติดต่อจากฝ่าย Support ของทาง Ruk-Com Cloud

ภาพประกอบขั้นตอนการใช้งาน Ruk-Com Cloud PaaS

ในกรณีต้องการสอบถาม หรือแจ้งปัญหาทาง Ruk-Com Cloud มีช่องทางทั้งหมด 4 ช่องทางในการช่วยเหลือทุกท่าน