สภาพแวดล้อมโคลน
คู่มือนี้เรียบเรียงและปรับรูปแบบสำหรับ Ruk-Com Cloud PaaS ภาพหน้าจออาจแตกต่างเล็กน้อยตามเวอร์ชันของระบบ
คลิกหรือแตะภาพหน้าจอเพื่อดูรายละเอียดขนาดจริง
วัตถุประสงค์
บทความนี้อธิบายการใช้งาน สภาพแวดล้อมโคลน บน Ruk-Com Cloud PaaS โดยจัดลำดับขั้นตอนและจุดตรวจสอบสำหรับการนำไปใช้งานจริง
ก่อนเริ่มดำเนินการ
- เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์จัดการ Environment ที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบชื่อ Environment, Region และทรัพยากรเป้าหมายก่อนบันทึกการเปลี่ยนแปลง
- สำรองข้อมูลหรือกำหนดแผนย้อนกลับก่อนแก้ไขระบบ Production

เมื่อผู้พัฒนามีความจำเป็นที่จะต้องแยกแอปพลิเคชั่นที่กำลังทำงานอยู่ออก ยกตัวอย่างเช่น ต้องการเพิ่มระบบงานใหม่ก่อนที่จะนำไปใช้งานจริงบน Production ซึ่งทาง Ruk-Com Cloud ได้มีการจัดเตรียมวิธีการดำเนินการนี้ไว้ให้แล้ว การโคลน Env คือการสร้าง Env ที่เหมือนกันกับ Env ที่ได้โคลนมาเพียงการกดสั่งงานเพียงไม่กี่ครั้ง
นอกจากนั้นหากพูดถึงระบบที่มีการทำงานจากทีมพัฒนาหลายฝ่ายแล้วระบบงานมีความซับซ้อน แนะนำโคลน Application ออกเป็นหลายๆชุด คือการดำเนินการทำ Applicationวงจรชีวิตโดยมีขั้นตอนการแยก Application ออกเป็น 3 ส่วนดังต่อไปนี้
- การพัฒนา- สำหรับนักพัฒนาในการสร้างแล้วปรับปรุงโปรแกรม
- การทดสอบ- สำหรับนักตรวจสอบคุณภาพในการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหาต่างๆของโปรแกรม
- การผลิต- สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปโดยจะเป็นโปรแกรมเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์ที่สุด
ด้านล่างนี้ เราได้จัดเตรียมคู่มือสำหรับวิธีการโคลน Environmentและตัวอย่างการใช้งานทั่วไป
หมายเหตุ:ให้พิจารณาและตรวจสอบตามขั้นตอนด้านล่างนี้ในการโคลน env ที่ Ruk-Com Cloud:
- containers ที่โคลนจะขึ้นอยู่กับโหมดการปรับขนาด, container ที่มาจากการโคลนนั้นจะถูกสร้างจาก base image (ตัวโปรแกรมต้นฉบับที่ยังไม่ได้ปรับแต่งการตั้งค่าของ Env ที่โคลน) เรียกรูปแบบนี้ว่า "stateless" หรือ เป็นการคัดลอกการตั้งค่าต่างๆมาจาก container หลักของการโคลนครั้งนั้นมาเลย เรียกรูปแบบนี้ว่า "stateful"
- คุณอาจจะพบการค้างของ continer ในระยะสั้น ระหว่างที่มีการโคลน nodes (สามารถดูรายละเอียดการทำงานได้ที่คู่มือการโยกย้ายสด)
- ในขณะที่มีการโคลน env ที่เกี่ยวกับ Windows-base Container จะหยุดทำงาน ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการหยุดทำงานสั้น ๆ
วิธีการโคลน Environment
ขั้นตอนการโคลน Env สามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. เลือกที่ปุ่มสภาพแวดล้อมโคลนของ Env ที่ต้องการโคลนที่แสดงอยู่ในภาพประกอบด้านล่างนี้:
2. หลังจากกดปุ่มจะมีป๊อปอัพแสดงขึ้นมา ให้กรอกชื่อของ Env หรือ ใช้ชื่อพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เมื่อตั้งชื่อแล้วกดที่ปุ่มโคลน.
3. ภายในไม่กี่นาที Environment ที่โคลนจะพร้อมใช้งาน
เคล็ดลับ:ในบางกรณีจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถโคลน Env ของคุณได้:
- IP addresses และ hostnames ของ nodes ที่โคลนจะมีการเปลี่ยนแปลงต่างจากของเดิมดังนั้นกรณีถ้ามีการกำหนดค่าไว้จะต้องแก้ไขค่าใหม่หลังจากการโคลนเสร็จสิ้น
- หากคุณประสบปัญหาในการโคลนสภาพแวดล้อมขนาดใหญ่ (เช่นมีข้อมูลมากกว่า 1TB ถูกเก็บไว้ในคอนเทนเนอร์) โปรดติดต่อผู้ให้บริการโฮสติ้งของคุณเพื่อขอความช่วยเหลือ
- Env ที่อยู่ในรูปแบบการทำงานร่วมกัน(Env ที่มีผู้ใช้งานร่วมกัน) จะสามารถโคลนได้จากเจ้าของ Env เท่านั้น ผู้ที่มีสิทธิ์เป็นผู้ใช้งานร่วมจะไม่สามารถโคลนได้
หลังจากดำเนินการโคลนแล้วคุณสามารถเข้าปรับแต่งในส่วนของโปรแกรม เวอร์ชั่น ปรับแต่งโครงสร้างต่างๆของระบบโดยที่ไม่มีผลกระทบกับ Env ที่โคลนมา
ตัวอย่างการใช้งานทั่วไป
เมื่อคุณสามารถโคลนได้แล้ว เราได้ยกตัวอย่างการใช้งานหลังจากการโคลน Enviroment ตามตัวอย่างด้านล่างนี้
- เปลี่ยนแปลงชื่อโดเมน ของ Env ของคุณ
- การสลับโดเมนเพื่อเปลี่ยนเส้นทางการเข้าเว็บไซต์ให้ผู้ใช้งานของคุณเข้าใช้งานใน Env ใหม่ที่ได้โคลน
- การดำเนินการจัดทำการปรับใช้สีน้ำเงินเขียวเพื่อลดระยะเวลาในการ downtime หรือ ข้อผิดพลาดในขั้นตอนการ deploy

- ดำเนินการทดสอบ A / B (การทดสอบ A/B) ของแอปพลิเคชัน (เช่นเปรียบเทียบเวอร์ชันต่างๆ) เพื่อกำหนดว่าอันไหนให้การดึงดูดผู้ใช้ที่ดีกว่า

- ดำเนินการทำ load balance เพื่อลดข้อผิดพลาด (การป้องกันความล้มเหลว) ที่จะเกิดขึ้นกับระบบของคุณ
- ทำให้การเก็บข้อมูลจากหลายๆ env ไว้ในคอนเทนเนอร์จัดเก็บเฉพาะเดียวกันในการจัดการพื้นที่จัดเก็บได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ใช้ Env ที่โคลนมา สำหรับจัดทำเป็น "snapshot" ที่ได้ตั้งค่าต่างๆไว้แล้ว
- คุณสามารถกำหนดค่าของข้อมูลจาก production ที่คุณได้โคลนมาโดยมั่นใจได้ว่าข้อมูลนั้นจะเป็นข้อมูลที่อยู่ใน testing/staging env จริงโดยไม่มีผลกระทบกับ production
กรณีการใช้งานเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการโคลน env