นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy Policy)

วันที่ปรับปรุงล่าสุด: 14 มิถุนายน 2569

1. บทนำ

เพื่อให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล บริษัท รักคอม จำกัด จึงตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection) โดยต้องให้ความเคารพและให้ความสำคัญถึงสิทธิ ข้อมูลส่วนบุคคล และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานสำคัญในความเป็นส่วนตัว (Privacy Right) ที่ต้องได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในการนี้ บริษัทจึงได้ประกาศนโยบายเพื่อเป็นหลักในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection) ดังนี้

บริษัท รักคอม จำกัด เป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์ https://ruk-com.co.th/, https://hostings.ruk-com.in.th/, https://help.ruk-com.in.th/, https://ruk-com.cloud/ และ https://docs.ruk-com.cloud/ (รวมเรียกว่า “เว็บไซต์ของบริษัท”) รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ของบริษัท ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลในที่นี้หมายถึงข้อมูลต่างๆ ในการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของบริษัท คุกกี้ ข้อมูลการทำรายการ และประสบการณ์การใช้งาน

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยบริษัทมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งตามกฎหมายเรียกว่า “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” โดยมีพนักงานที่บริษัทมอบหมายให้มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท ซึ่งตามกฎหมายเรียกว่า “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ส่วนท่านถือเป็น “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” ตามกฎหมายนี้

2. ขอบเขตการบังคับใช้

ให้ประกาศฉบับนี้ถือเป็นแนวทางปฏิบัติของบริษัท โดยมีผลใช้บังคับกับคณะกรรมการ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับของบริษัทที่ปฏิบัติต่อบุคลากรภายในและบุคคลภายนอกซึ่งรวมถึงคู่ค้า ผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท ตลอดจนมีผลใช้บังคับกับทุกกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้นว่า ช่องทางการจัดเก็บข้อมูล ประเภทและรูปแบบของข้อมูลที่จัดเก็บ วัตถุประสงค์ของบริษัทในการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ การแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวให้กับบริษัทและบุคคลอื่น ตลอดจนวิธีการที่บริษัทดำเนินการปกป้องและรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เว้นแต่กระทำได้เท่าที่จำเป็นตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ถึงรายละเอียดการเก็บรวบรวมข้อมูลภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย ดังต่อไปนี้

  • 3.1 วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ หรือเปิดเผย
  • 3.2 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือเพื่อเข้าทำสัญญาโดยต้องแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลทราบด้วย
  • 3.3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวม และระยะเวลาการเก็บรวบรวม
  • 3.4 ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจถูกเปิดเผย
  • 3.5 ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  • 3.6 สิทธิของเจ้าของข้อมูล
  • 3.7 รายละเอียดอื่นใดที่บัญญัติไว้ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ได้แก่

  • ข้อมูลส่วนตัวที่ระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวผู้เสียภาษี สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ข้อมูลสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนจะถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยเฉพาะในบางกรณีที่จำเป็น เช่น เป็นเอกสารประกอบการจดทะเบียนโดเมนประเภท .th การยืนยันตัวตน หรือการสมัครงาน)
  • ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่อาศัย หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล
  • ข้อมูลการทำงาน เช่น ชื่อบริษัท ที่อยู่บริษัท หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัท
  • ข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น ช่องทางการชำระเงิน สลิปการโอนเงิน การทำธุรกรรมเกี่ยวกับการสั่งซื้อและ/หรือการใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท
  • ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เช่น หมายเลขไอพี (IP) MAC Address Cookie ID ข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ ประเภทและภาษาของเบราว์เซอร์ ที่ตั้ง (ประเทศ) ระบบปฏิบัติการ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หน้าเว็บที่เข้าเยี่ยมชม วันที่/เวลาที่เยี่ยมชม และเว็บไซต์ที่อ้างถึงเว็บของบริษัท

โดยบริษัทมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามกิจกรรม ดังต่อไปนี้

กลุ่มกิจกรรม รายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคล ฐานในการประมวลผล
การสรรหา และการว่าจ้างพนักงาน ชื่อ นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด, ใบรับรองการศึกษา, เอกสารผ่านการเกณฑ์ทหาร, ใบรับรองแพทย์, เลขบัญชีธนาคาร, ประวัติการทำงาน, ประวัติอาชญากรรม ฐานสัญญา / ฐานความยินยอม
กระบวนการทางการเงินของพนักงาน / การจ่ายเงินเดือน ชื่อ นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, เลขบัญชีธนาคาร, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ฐานสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม
สวัสดิการและความคุ้มครองของพนักงาน / ประกัน การตรวจสุขภาพ ชื่อ นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, Email บริษัท ฐานสัญญา / ฐานประโยชน์โดยชอบธรรม / ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
การยื่นภาษี ชื่อ นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, ที่อยู่ ฐานสัญญา / ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
การยื่นประกันสังคม ชื่อ นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, ที่อยู่ ฐานสัญญา / ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
การสมัครใช้บริการ Services ของรักคอม ชื่อนามสกุล, อีเมล, เบอร์โทร ฐานสัญญา / ฐานความยินยอม
การสนับสนุนลูกค้า การติดตามและรายงานผลการใช้บริการ ชื่อนามสกุล, อีเมล, เบอร์โทร ฐานสัญญา / ฐานความยินยอม
การจัดทำสัญญาระหว่างคู่ค้า ชื่อ นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่ ฐานสัญญา
4. การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

การใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้แก่เจ้าของข้อมูล หรือเป็นไปตามที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือเพื่อความจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมซึ่งได้แจ้งไว้ในนโยบายนี้ หากการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามที่ได้รับความยินยอมไว้ บริษัทอาจขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม

  • 4.1 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพของบุคคล
  • 4.2 เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • 4.3 เป็นความจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกข้อต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • 4.4 เป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาล
  • 4.5 กรณีอื่นใดตามที่บัญญัติไว้ตามกฎหมาย

วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและอาจนำมาประมวลผล เพื่อประโยชน์ของท่านในการใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ ตลอดจนเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายใดๆ ที่บริษัทและ/หรือท่านต้องปฏิบัติตาม และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดตามที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ ดังนี้

  1. เพื่อให้ท่านสามารถใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท
  2. เพื่อการแก้ไข ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ การจัดทำแผนการตลาด วิเคราะห์ข้อมูลการใช้ ประเมินการบริการ รวมถึงการปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการของบริษัท
  3. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือใช้บังคับ เช่น การปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามกฎหมายที่บริษัทและ/หรือท่านจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
  4. เพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล เช่น การบันทึกเสียงทาง Call Center การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและการจัดการข้อร้องเรียน การทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymous Data) และการป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงจากการทุจริตและภัยคุกคามทางไซเบอร์
  5. เพื่อให้ท่านได้รับประโยชน์จากการใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ ตามที่ท่านเลือกให้ความยินยอมไว้ เช่น การได้รับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่ดียิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของท่าน ข้อเสนอ สิทธิประโยชน์พิเศษ คำแนะนำ และข่าวสารต่างๆ
  6. เพื่อใช้ในการประมวลผลและดำเนินการเกี่ยวกับการตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำเสนอข้อเสนอ สิทธิประโยชน์พิเศษ ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ คำแนะนำ และข่าวสารต่างๆ ของบริษัท ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจและ/หรือพฤติกรรมใกล้เคียงกับท่าน
  7. เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ได้แจ้งขณะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือวัตถุประสงค์อื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อหนึ่งข้อใดข้างต้น

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ใดบ้าง

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่านหรือภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ เช่น

  1. พนักงานผู้ที่ได้รับอนุญาตของบริษัท และ/หรือบุคคลภายนอกที่บริษัทเป็นคู่สัญญาหรือมีความสัมพันธ์ด้วย
  2. ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นตัวแทนของบริษัทในการเสนอขายผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท รวมถึงตัวแทนผู้รับจ้างของบุคคลนั้น
  3. บุคคลอื่น รวมถึงตัวแทน ผู้รับจ้างของบุคคลนั้น ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท การจัดกิจกรรมทางการตลาด การรับชำระเงิน การจัดทำข้อมูลเอกสาร ระบบเทคโนโลยี การส่งเอกสาร และการวิจัย
  4. หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแล หรือบุคคลใดที่บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลภายใต้กฎหมาย ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับบริษัท หรือตามข้อตกลงที่บริษัทมีต่อหน่วยงานภาครัฐ
5. คุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะต้องให้ความสำคัญถึงความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของข้อมูลที่จัดเก็บ รวมถึงเปิดโอกาสให้เจ้าของข้อมูลสามารถแจ้งแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันด้วย ดังนั้น ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมนั้นต้องถูกต้อง ทันสมัย สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

6. มาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และได้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีมาตรการทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงบริหารจัดการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

โดยบริษัทได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น

  1. การจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์
  2. ดำเนินการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน เช่น Firewall, การสแกนไวรัส (Scan Virus), การเข้ารหัสข้อมูลขณะรับส่งผ่าน Secured Socket Layer (SSL), การเข้ารหัสข้อมูลสำคัญ (Data Encryption) เช่น รหัสผ่าน และการออกจากระบบอัตโนมัติ (Auto Log off)
  3. ออกมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากบริษัทใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยไม่ชอบ
  4. ปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม

นอกจากนั้นแล้ว การส่ง การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ รวมถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บบนฐานข้อมูลในระบบอื่นใด ซึ่งผู้ให้บริการรับโอนข้อมูลหรือบริการเก็บรักษาข้อมูลอยู่ต่างประเทศ ประเทศปลายทางที่เก็บรักษาข้อมูลต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรการตามนโยบายนี้

บริษัทจะไม่รับผิด กรณีที่ความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สาม รวมถึงการละเลยหรือเพิกเฉย การออกจากระบบ (Log out) ฐานข้อมูลหรือระบบสื่อสารสังคมออนไลน์ของบริษัท โดยการกระทำของเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่นซึ่งได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

สิทธิของท่านในข้อนี้เป็นสิทธิตามกฎหมายที่ท่านควรทราบ โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่างๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนดขึ้น และในกรณีท่านมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถูกจำกัดความสามารถในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย ท่านสามารถขอใช้สิทธิโดยให้บิดาและมารดา ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือมีผู้อำนาจกระทำการแทนเป็นผู้แจ้งความประสงค์

  1. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยว่าบริษัทได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร
  2. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  3. สิทธิขอถอนความยินยอม: หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ ทั้งนี้การถอนความยินยอมของท่านอาจส่งผลกระทบต่อท่านจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ เช่น ท่านจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ๆ ไม่ได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดียิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของท่าน หรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์แก่ท่าน เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของท่าน จึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนเพิกถอนความยินยอม
  4. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
  5. สิทธิขอคัดค้าน: ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาด หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติได้อีกด้วย
  6. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
  7. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทน
  8. สิทธิร้องเรียน: ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากบริษัทปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

ช่องทางในการขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

สิทธิ ช่องทางการขอใช้สิทธิ ระยะเวลาดำเนินการ*
สิทธิขอถอนความยินยอม อีเมล 7 วัน
สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล อีเมล 30 วัน
สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล อีเมล 30 วัน
สิทธิขอคัดค้าน อีเมล 30 วัน
สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล อีเมล 30 วัน
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล อีเมล 30 วัน
สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล เว็บไซต์ ทันที

* ระยะเวลานับจากวันที่บริษัทได้รับคำร้องและเอกสารครบถ้วน

8. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้าหรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท หรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น จัดเก็บข้อมูลไว้ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

ทั้งนี้ บริษัทจะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

9. เว็บไซต์และการบริการของกลุ่มบุคคลภายนอก

บริษัทอาจจะให้ลิงก์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์และการบริการอื่น เพื่อความสะดวกและให้ข้อมูลแก่ท่าน เช่น การชำระเงินผ่านผู้ให้บริการภายนอก การบริการและเว็บไซต์เหล่านี้อาจดำเนินงานเป็นอิสระจากบริษัท และอาจมีประกาศและใช้นโยบายความเป็นส่วนตัวที่เป็นของตัวเอง ซึ่งบริษัทขอแนะนำอย่างยิ่งให้ท่านทบทวนตรวจสอบก่อนที่จะใช้งานการบริการเหล่านั้นหรือทำกิจกรรมใดๆ บนเว็บไซต์เหล่านั้น ตามขอบเขตที่บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของหรือควบคุมเว็บไซต์ที่ถูกลิงก์ไปซึ่งท่านเข้าเยี่ยมชมนั้น บริษัทจะไม่รับผิดชอบกับเนื้อหา การปฏิบัติเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว และคุณภาพของการบริการต่างๆ เหล่านั้น

10. คุกกี้ (Cookies)

เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ข้อความอีเมล โฆษณาต่างๆ ของบริษัท ใช้ “คุกกี้ (Cookies)” และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายกัน เช่น Google Analytic เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างราบรื่น และทำให้บริษัทเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น เช่น ช่วยให้จดจำการตั้งค่าการใช้งานของท่าน หรือช่วยบอกให้บริษัททราบว่าผู้ใช้งานเข้าชมส่วนใดในเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากนี้คุกกี้ยังช่วยอำนวยความสะดวก และยังช่วยวัดประสิทธิผลของโฆษณาและเครื่องมือค้นหาภายในเว็บไซต์อีกด้วย

คุกกี้ (Cookies) เป็นไฟล์ข้อความที่ประกอบด้วยข้อมูลขนาดเล็กซึ่งจะถูกจัดเก็บลงในอุปกรณ์ของท่านเมื่อท่านเข้ามาเยี่ยมชมแพลตฟอร์ม และคุกกี้จะถูกส่งกลับไปยังต้นกำเนิดในแต่ละครั้งของการเข้าเยี่ยมชม หรือไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ที่รู้จักกับคุกกี้เหล่านั้น

ท่านมีสิทธิในการตั้งค่าความยินยอมในการใช้งานคุกกี้ได้ตลอดเวลาที่เว็บไซต์ของบริษัท หรือตั้งค่าผ่านเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งาน โดยท่านอาจตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่านให้ปฏิเสธการเก็บข้อมูลคุกกี้ อย่างไรก็ตาม บริการบางอย่างบนเว็บไซต์ของบริษัทจำเป็นต้องมีการใช้คุกกี้ หากท่านปิดการทำงานคุกกี้อาจทำให้ท่านใช้งานฟังก์ชันบางอย่างหรือทั้งหมดของบริการดังกล่าวได้อย่างไม่ราบรื่น

ประเภทของคุกกี้ที่บริษัทอาจใช้งานมีดังนี้

ประเภทคุกกี้ รายละเอียด สถานะ
จำเป็น คุกกี้เหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเพื่อให้บริการแก่ท่านผ่านทางเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มของบริษัท เช่น เพื่อเก็บ Session ID ของท่านเวลาทำการเข้าสู่ระบบ หรือเพื่อการดำเนินการด้านความปลอดภัย จำเป็น
ปรับปรุงประสิทธิภาพ คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและฟังก์ชันการทำงานของเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์ม แต่ไม่จำเป็นสำหรับการใช้งาน เช่น การจดจำชื่อผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตามหากไม่มีคุกกี้เหล่านี้ฟังก์ชันการทำงานบางอย่างอาจใช้งานไม่ได้ ตั้งค่าได้
วิเคราะห์ข้อมูล คุกกี้เหล่านี้ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน เพื่อช่วยให้บริษัทเข้าใจว่าเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มของเรามีการใช้งานอย่างไรหรือมีประสิทธิภาพแคมเปญการตลาดเป็นอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถปรับปรุง พัฒนาเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการให้เหมาะกับท่านและดียิ่งขึ้น ตั้งค่าได้

ตัวอย่างรายละเอียดคุกกี้ที่บริษัทใช้งาน

Cookie Name รายละเอียด อายุการจัดเก็บ ประเภท
WHMCSInstanceID คุกกี้ที่ใช้กันมากที่สุดในเว็บไซต์ที่พัฒนาด้วย PHP ใช้จัดเก็บ Session ID เฉพาะของผู้เยี่ยมชมแต่ละราย โดยไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลในเบราว์เซอร์ของผู้ใช้ เมื่อปิดเบราว์เซอร์ จำเป็น
WHMCSAffiliateID WHMCS ตั้งค่าคุกกี้นี้เมื่อมีการแนะนำลูกค้าผ่านระบบ Affiliate เพื่อจัดเก็บ ID ของผู้แนะนำ สำหรับให้เครดิตหากลูกค้าสั่งซื้อภายใน 90 วัน 1 วัน จำเป็น
WHMCSUser WHMCS ใช้สำหรับฟังก์ชัน “จดจำการเข้าสู่ระบบ” ของพื้นที่ลูกค้า จะตั้งค่าเมื่อผู้ใช้เลือกให้ระบบจดจำข้อมูล 365 วัน หรือจนกว่าออกจากระบบ จำเป็น
RUKCOMCOOKIES คุกกี้สำหรับรองรับการทำงานของเว็บไซต์บริษัท 30 วัน จำเป็น
_ga คุกกี้จาก Google Analytics ใช้คำนวณจำนวนผู้เข้าชม เซสชัน ข้อมูลแคมเปญ และติดตามการใช้งานเว็บไซต์ โดยจัดเก็บข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตน 2 ปี วิเคราะห์ข้อมูล
_gid คุกกี้จาก Google Analytics จัดเก็บข้อมูลว่าผู้เยี่ยมชมใช้งานเว็บไซต์อย่างไร เพื่อจัดทำรายงานวิเคราะห์ 1 วัน วิเคราะห์ข้อมูล
_gat คุกกี้จาก Google Universal Analytics ใช้ควบคุมอัตราการร้องขอ เพื่อจำกัดการเก็บข้อมูลบนเว็บไซต์ที่มีปริมาณการเข้าชมสูง 1 นาที ปรับปรุงประสิทธิภาพ
__cfduid คุกกี้ของ Cloudflare ใช้ตรวจจับผู้เยี่ยมชมที่เป็นอันตรายและลดการบล็อกผู้ใช้ที่ถูกต้อง เพื่อรองรับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยของ Cloudflare 30 วัน จำเป็น

ท่านมีสิทธิตั้งค่าความยินยอมในการใช้งานคุกกี้ได้ตลอดเวลาที่เว็บไซต์ของบริษัท หรือตั้งค่าผ่านเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งาน โดยท่านอาจตั้งค่าเบราว์เซอร์ให้ปฏิเสธการเก็บข้อมูลคุกกี้ ซึ่งสามารถศึกษาวิธีการตั้งค่าได้ที่เว็บไซต์ของผู้พัฒนาเบราว์เซอร์ ดังนี้

11. บทบาทของบริษัทในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor)

นอกเหนือจากบทบาท “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” สำหรับข้อมูลของลูกค้าที่ใช้ในการสมัครและบริหารบัญชีแล้ว สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกที่ลูกค้านำมาจัดเก็บหรือประมวลผลบนระบบของบริษัท บริษัททำหน้าที่เป็น “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Processor) โดยจะประมวลผลเฉพาะตามคำสั่งของลูกค้าและตามวัตถุประสงค์ของการให้บริการเท่านั้น และจะไม่นำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น โดยเฉพาะการโฆษณาหรือการตลาด เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า หรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เงื่อนไขโดยละเอียดเป็นไปตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA) โดยที่ตั้งของข้อมูลแบ่งตามประเภทและบทบาทของบริษัท ดังนี้

  • (1) ข้อมูลบัญชีสมาชิกและข้อมูลการใช้บริการ ที่บริษัทเก็บในฐานะ “ผู้ควบคุมข้อมูล” (เช่น ชื่อ ที่อยู่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลการชำระเงิน) จัดเก็บไว้ที่ศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย
  • (2) ข้อมูลที่ผู้รับบริการนำมาจัดเก็บหรือประมวลผลบนบริการของตนเอง ซึ่งบริษัททำหน้าที่เป็น “ผู้ประมวลผล” จะจัดเก็บอยู่ที่ศูนย์ข้อมูลตามภูมิภาค (Region) ที่ผู้รับบริการเลือกใช้งาน ได้แก่ ประเทศไทย หรือประเทศสิงคโปร์ โดยผู้รับบริการเป็นผู้กำหนดและรับทราบที่ตั้งของข้อมูลดังกล่าวตามภูมิภาคที่เลือก
  • (3) บริการที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล มีดังตารางด้านล่าง
บริการของ รักคอม ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Web Hosting / WordPress Hosting / Cloud Hosting ข้อมูลในเว็บไซต์/ฐานข้อมูล เช่น บัญชีผู้ใช้ ฟอร์มติดต่อ ข้อมูลลูกค้า
Cloud VPS / IaaS / PaaS Web Server, Mail Server, Database Server, PII ใน DB ของผู้ใช้บริการ, ฐานข้อมูล (MySQL, PostgreSQL, MongoDB ฯลฯ) ที่มี PII
บริการ Email สำหรับธุรกิจ เนื้อหาอีเมล รายชื่อผู้ติดต่อ
ระบบสำรองข้อมูล (Backup) สำเนา PII จากบริการข้างต้น (Backup ย้อนหลัง 90 วัน)
Managed service เจ้าหน้าที่อาจเข้าถึงระบบที่มี PII ระหว่างให้บริการ

กรณีมีความจำเป็นต้องโอนหรือจัดเก็บข้อมูลไปยังศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศ บริษัทจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด และจะแจ้งประเทศปลายทางให้ทราบเมื่อมีการร้องขอ

12. ผู้ประมวลผลช่วง (Sub-processor)

บริษัทอาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้ เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ และภายใต้มาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม

  1. ผู้ให้บริการภายนอกที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ในนามของบริษัท เช่น Microsoft (บริการ Microsoft 365) และ Google (บริการ Google Workspace) ผู้ประมวลผลข้อมูลข้างต้นจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามคำสั่งของบริษัทเท่านั้น ภายใต้ข้อตกลงการใช้งานบริการ (Term of services) และจะไม่นำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของตนเอง โดยเฉพาะการตลาดหรือการโฆษณา
  2. รายชื่อผู้ประมวลผลช่วง (Sub-processor) มีดังตารางด้านล่าง
ลำดับ ผู้ประมวลผลช่วง (นิติบุคคล) บริการ / ผลิตภัณฑ์ วัตถุประสงค์
1 Microsoft Corporation Microsoft 365 — Exchange Online (อีเมล), Teams, SharePoint, OneDrive จัดเก็บและประมวลผลอีเมล ไฟล์เอกสาร และข้อมูลการทำงานร่วมกันขององค์กร
2 Google LLC Google Workspace — Gmail, Drive, Docs, Meet, Calendar จัดเก็บและประมวลผลอีเมล ไฟล์เอกสาร และข้อมูลการทำงานร่วมกันขององค์กร
13. ความเป็นเจ้าของข้อมูลของลูกค้า (Customer Data Ownership)

ข้อมูลและเนื้อหาทั้งหมดที่ลูกค้านำขึ้นหรือจัดเก็บบนระบบของบริษัทยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกค้า บริษัทไม่อ้างสิทธิความเป็นเจ้าของในข้อมูลดังกล่าว และจะเข้าถึงเพียงเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ การบำรุงรักษาระบบ หรือการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น เมื่อสิ้นสุดการให้บริการ ลูกค้ามีสิทธิขอรับคืนข้อมูลภายในระยะเวลาที่กำหนด และบริษัทจะลบข้อมูลออกจากระบบอย่างปลอดภัย

14. การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Data Breach Notification)

กรณีเกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล บริษัทจะแจ้งเหตุต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะทำได้ และจะแจ้งเจ้าของข้อมูลในกรณีที่เหตุนั้นมีความเสี่ยงสูง ตามมาตรา 37(4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ ในฐานะผู้ประมวลผล บริษัทจะแจ้งให้ลูกค้า (ผู้ควบคุมข้อมูล) ทราบโดยไม่ชักช้าเมื่อพบเหตุ เพื่อให้ลูกค้าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้ทันเวลา

15. ช่องทางในการติดต่อ

หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงการขอใช้สิทธิตามนโยบายฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) ผ่านช่องทางดังนี้

ส่วนงาน ส่วนคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท รักคอม จำกัด
ที่อยู่ อาคารวานิชเพลซ อารีย์ (อาคารเอ) ห้องเลขที่ยูนิต 2703 ชั้นที่ 27 เลขที่ 304 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10400
อีเมล [email protected]
16. ความรับผิดและบทกำหนดโทษ

บริษัทกำหนดให้พนักงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ต้องให้ความสำคัญและรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้อย่างเคร่งครัด

ดังนั้น ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามหน้าที่ของตน หากละเลย หรือละเว้น ไม่สั่งการหรือไม่ดำเนินการ หรือสั่งการ หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในหน้าที่ของตน อันเป็นการฝ่าฝืนนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล จนเป็นเหตุให้เกิดความผิดตามกฎหมายและ/หรือความเสียหายขึ้น ผู้นั้นต้องรับโทษทางวินัยตามระเบียบของบริษัทต้นสังกัดแห่งตน

17. การปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อให้มีเนื้อหาที่เหมาะสม สอดคล้องกับพระราชบัญญัติและ/หรือกฎหมายลำดับรอง ข้อบังคับ ประกาศของหน่วยงานราชการที่ออกมาใหม่ หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ บริษัทจะเผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัทโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ที่ออกมา