เห็น Endpoint ที่ควรดูแลก่อน
ดู Response Time, Throughput, Error Rate และ Apdex แยกตาม Transaction ใช้ Percentile ประกอบค่าเฉลี่ยเพื่อเห็น Request กลุ่มที่รอนาน
APPLICATION PERFORMANCE MONITORING
จากหน้า Checkout ที่รอนาน ไปจนถึง API ที่สะดุด เชื่อม Transaction, SQL, External Service และ Code ให้ทีมเห็นหลักฐานเดียวกัน แล้วเลือกแก้จุดที่กระทบผู้ใช้จริง
INSIDE A REQUEST
ลองเลือกอาการเพื่อดูตัวอย่างการวิเคราะห์ ตั้งแต่ภาพรวมจนถึง Trace และแนวทางตรวจสอบต่อ
14:00–14:15 · Deploy v2.8.1 เวลา 14:07
ความสัมพันธ์ที่พบจาก Trace
ความกว้างแสดงสัดส่วน CPU Samples โดยประมาณของตัวอย่าง Profile แยกจากระยะเวลาของ Trace ด้านบน
Trace นี้ = Request เดียว · Span แม่รวมเวลาของ Span ลูกอยู่แล้ว จึงไม่นำระยะเวลาทุกแถวมาบวกกัน · p95 ด้านบนเป็นค่ารวมของช่วงเวลา
SELECT inventory ใช้เวลา 1,820 ms เปิด Query Plan ตรวจ Index, จำนวนแถว และ Lock ก่อนเลือกวิธีปรับ SQL
ตัวอย่างเพื่ออธิบายการใช้งาน หน้าจอและตัวเลขไม่ได้แสดงผลลัพธ์หรือรับประกันประสิทธิภาพของระบบลูกค้า
FULL APPLICATION VISIBILITY
เลือกมุมมองให้ตรงคำถามของทีม ทั้งงานประจำวัน การวิเคราะห์ Incident และการวัดผลหลังปรับปรุง
ดู Response Time, Throughput, Error Rate และ Apdex แยกตาม Transaction ใช้ Percentile ประกอบค่าเฉลี่ยเพื่อเห็น Request กลุ่มที่รอนาน
เปิด Trace เพื่อดู Parent–Child Span และเวลาของแต่ละขั้น เชื่อมบริบทข้าม Service ที่ติดตั้ง Instrumentation และส่ง Trace Context ครบ
มองความสัมพันธ์ระหว่าง Service จาก Trace ที่เก็บได้ ใช้ Latency และ Error ช่วยเลือกจุดเจาะลึกโดยไม่ต้องเดาจากชื่อเครื่อง
แยกเวลาที่ใช้กับ Database เปิด SQL ที่เชื่อมกับ Trace และค้นหารูปแบบ N+1 ที่เรียก Query ซ้ำตามจำนวนรายการ
แยกเวลาของ HTTP Call ไปยัง Payment, ERP หรือ Third-party ตรวจ Endpoint, Status และ Timeout ร่วมกับ Trace ของ Request ต้นทาง
รวม Exception ตามลักษณะปัญหา ดู Stack Trace, Transaction และ HTTP Failure เพื่อแยกปัญหา Code ออกจากการเรียก Service ที่ล้มเหลว
ใช้ Profile และ Flamegraph สำรวจ Function ที่ใช้ทรัพยากรมาก เทียบช่วงเวลาและเชื่อมกับอาการช้า โดยตรวจความสามารถของ Runtime ก่อนเปิดใช้
ประกอบการวิเคราะห์ด้วย Logs, Infrastructure Metrics และ Session Trace เมื่อมีการติดตั้งและเชื่อมข้อมูลที่รองรับ ขอบเขตเครื่องมือเสริมกำหนดในข้อเสนอ
วาง Deployment Marker เทียบ App Version และช่วงเวลา ดูว่า Latency หรือ Error เปลี่ยนหลัง Deploy หรือไม่ แล้วตรวจหลักฐานก่อนสรุปสาเหตุ
แยกผลตาม Host เพื่อดูว่าอาการเกิดทั้ง Service หรือเฉพาะเครื่อง เชื่อมกับ Version และ Resource Context ที่มีเพื่อจำกัดขอบเขตการตรวจ
กำหนด Threshold หรือ Baseline สำหรับ Anomaly แล้วส่ง Alert ผ่าน Email, Slack, Teams หรือ Webhook ที่ตั้งค่าไว้ พร้อม Suppression ในช่วง Maintenance และขั้นตอน Escalation
สรุป Requests, Failures และ Apdex เป็น Report รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน เปรียบเทียบช่วงเวลาให้ทีม Dev กับผู้ดูแลระบบติดตามงานปรับปรุงร่วมกัน
HOW IT CONNECTS
ติดตั้ง Agent หรือ Instrumentation ที่เข้ากับ Runtime เพื่อส่งข้อมูลการทำงานออกไปยังระบบ APM โดยไม่ได้บังคับให้ Request ของผู้ใช้วิ่งผ่าน APM
การเชื่อม Trace ข้าม Service ต้องส่ง Context ต่อกัน ส่วน Endpoint, Sampling และสิทธิ์ข้อมูลวางแผนตามระบบจริง
YOUR STACK, CONNECTED
ตรวจ Runtime, เวอร์ชัน และ Framework ก่อนเลือก Agent พร้อมทดสอบการเก็บข้อมูลในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้
Auto-instrumentation, Custom Span, Profiling และ Context Correlation รองรับต่างกันตามภาษา เวอร์ชัน และ Library ทีมจะยืนยัน Compatibility รวมถึง Overhead และขั้นตอน Restart ก่อนเปิดใช้งานจริง
ENTERPRISE ONBOARDING
Ruk-Com ช่วยวางการเก็บข้อมูลและขั้นตอนตรวจสอบให้เข้ากับการทำงานขององค์กร โดยกำหนดสิทธิ์และผู้รับผิดชอบร่วมกัน
ระบุ Transaction ที่กระทบธุรกิจ Runtime, Host, ผู้รับผิดชอบ และช่วงเวลาที่เกิดอาการ
กำหนด Sampling, Retention และ Masking ของ Header, Query หรือ Payload ที่อาจมีข้อมูลอ่อนไหว ทดสอบก่อนส่งข้อมูลจริง
ตรวจว่า Trace ต่อเนื่อง Metric เชื่อถือได้ และ Alert ถึงทีมที่ถูกต้อง บันทึกภาวะปกติในช่วงโหลดที่เป็นตัวแทน
สรุปจุดที่ควรตรวจ จัดลำดับงานร่วมกับ Dev และกำหนดวิธีเทียบผลหลังแก้ไข พร้อม Runbook และช่องทางส่งต่อ
APM ช่วยให้เห็นหลักฐาน ส่วนการเปลี่ยน Code, Index หรือ Production Configuration ต้องมีเจ้าของงาน การอนุมัติ และการทดสอบตามกระบวนการขององค์กร ขอบเขตทีมดูแลและงานพัฒนาเพิ่มเติมยืนยันในข้อเสนอ
ดูแลร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง Technology และ Cyber Security ตั้งแต่ติดตามระบบ วิเคราะห์ความผิดปกติ ไปจนถึงช่วยวางแผนและประสานการแก้ไข
Technology · ประสิทธิภาพ ความจุ และการทำงานของระบบ
Cyber Security · ความเสี่ยง ช่องโหว่ และการเฝ้าระวังภัย
การเข้าถึงข้อมูล การลงมือแก้ไข และระดับการดูแล เป็นไปตามสิทธิ์และขอบเขตบริการที่ตกลงกับทีม
รู้จัก Ruk-Com AgentCLEAR PRICE / CLEAR SCOPE
เริ่มจากระบบที่มีผลต่อรายได้หรือการให้บริการ แล้วขยาย Coverage ตามความสำคัญและสิ่งที่เรียนรู้จากข้อมูลจริง
APPLICATION PERFORMANCE MONITORING
ส่งจำนวนเครื่อง Runtime และอาการที่พบ เพื่อรับข้อเสนอที่ระบุขอบเขตการติดตั้งและการดูแลชัดเจน
วิธีนับเครื่องและ Container, ปริมาณข้อมูล, Sampling, Retention, สิทธิ์เข้าถึง, ค่า Setup และภาษี รวมถึงเครื่องมือเชื่อมต่อที่ต้องใช้เพิ่มเติม
BEFORE YOU START
วางขอบเขตให้ชัด เพื่อได้ข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้อย่างมั่นใจ
CPU หรือ Memory ช่วยบอกสภาพ Resource ส่วน APM เชื่อมอาการเข้ากับ Transaction, SQL, External Call และ Code ทั้งสองมุมมองช่วยกันแยกว่าควรตรวจ Application หรือ Infrastructure ต่อ
ไม่ใช่อัตโนมัติ APM ช่วยค้นหาจุดที่ควรตรวจ ทีมต้องวิเคราะห์สาเหตุ เลือกวิธีแก้ ทดสอบ และวัดผลหลัง Deploy โดยใช้ช่วงโหลดและตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบกันได้
ขึ้นกับ Agent และ Configuration จึงต้องทบทวนข้อมูลที่จะเก็บ โดยเฉพาะ Header, Query String, SQL Parameter และ Request Body ตั้ง Masking หรือ Exclusion พร้อมทดสอบ และตกลง Retention กับสิทธิ์ก่อนเชื่อม Production
ต้องติดตั้ง Instrumentation ใน Service ที่ต้องการและส่ง Trace Context ให้ต่อเนื่อง พร้อมกำหนดชื่อ Service, Environment และ Version ส่วนวิธีคิดจำนวนเครื่องหรือ Container จะยืนยันกับทีมก่อนเสนอราคา
ส่ง Architecture คร่าว ๆ ภาษาและเวอร์ชัน จำนวนเครื่อง Endpoint ที่ช้า ช่วงเวลาและผลกระทบ พร้อมทีมผู้รับผิดชอบและข้อจำกัดการเข้าถึง เพื่อกำหนดขอบเขตและเกณฑ์วัดผล
LET’S FIND THE SLOW PART
เริ่มจาก Endpoint สำคัญหนึ่งจุด และคำถามที่ทีมอยากตอบให้ได้