Deploy ที่ตรวจย้อนกลับได้
เชื่อม Commit, Artifact และ Environment ให้ตรวจได้ว่าเปลี่ยนอะไร ใคร Review และใช้หลักฐานใดอนุมัติ
FULL STACK DEVSECOPS
วางกระบวนการและ Toolchain ให้ทีมพัฒนา Security และ Operations ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ Source code, CI/CD และ Kubernetes ไปจนถึงการดูแลระบบ พร้อมทีม Ruk-Com ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี
Source → Pipeline → Artifact
GitOps · Infrastructure · Policy
Metrics · Logs · Traces → Backlog
ประสบการณ์ของทีม Ruk-Com กับระบบและการดูแลลูกค้า
ตั้งแต่ความต้องการ จนถึง Feedback จากระบบที่ใช้งาน
เลือกให้เหมาะกับทีม งบ และรูปแบบการสนับสนุน
MAKE DELIVERY WORK
เริ่มจากกระบวนการและเครื่องมือที่คุณมีอยู่ ตรวจว่าปัญหาเกิดตรงไหน แล้วเลือกปรับส่วนที่กระทบการส่งมอบจริง
เชื่อม Commit, Artifact และ Environment ให้ตรวจได้ว่าเปลี่ยนอะไร ใคร Review และใช้หลักฐานใดอนุมัติ
วางจุดตรวจและผู้รับผิดชอบให้ชัด แจ้งผลที่ Developer ใช้แก้ไขได้ และจัดการ Exception ตามความเสี่ยง
ส่งต่อ Runbook, Dashboard และ Access model ไปพร้อมระบบ ให้การดูแลและปรับปรุงต่อมีข้อมูลรองรับ
ONE CONNECTED LIFECYCLE
เลือกแต่ละขั้นเพื่อดู Input, Control, Output และผู้รับช่วง หรือทดลองเส้นทาง Release, Gate blocked และ Runtime feedback
ตกลงเป้าหมายและความเสี่ยง
Review ก่อนรวมการเปลี่ยนแปลง
สร้าง Artifact จาก Source ที่ตรวจแล้ว
ตรวจพฤติกรรมและ Security ก่อน Release
กำหนดชุดส่งมอบและผู้อนุมัติ
นำขึ้นระบบตามแผนและตรวจผล
ดูแล Platform และ Workload
เปลี่ยนสัญญาณเป็นงานปรับปรุง
Release ตามแผน: Code ที่ผ่าน Review → Build และ Test → Artifact พร้อมหลักฐาน → อนุมัติ Release → Deploy และดูแล Production
เริ่มจาก Business requirement, ระบบเดิม และข้อจำกัด แยก Threat model, ความเสี่ยง และเกณฑ์รับงานไว้ใน Backlog ก่อนเลือกเครื่องมือ
วาง Branch policy, Pull request และ Code owner ใช้ Peer review ร่วมกับ SAST, SCA และ Secret scanning เพื่อให้ทีมแก้ปัญหาที่ต้นทาง
ทำ Build ที่ตรวจย้อนกลับได้ จัดการ Dependency และ Base image สร้าง Container image หรือ Package พร้อมข้อมูลส่วนประกอบและแหล่งที่มา
ทดสอบ Unit, Integration และ Regression ตามความเสี่ยง ใช้ DAST กับ Application ที่รันใน Staging ซึ่งได้รับอนุญาต ผลที่ไม่ผ่าน Gate ต้องกลับไปแก้และทดสอบใหม่
เก็บ Artifact ใน Registry เชื่อม Version, SBOM และผลทดสอบ ตรวจ Signature ตาม Policy และบันทึกการอนุมัติก่อนส่งต่อไป Production
ใช้ Pipeline หรือ GitOps กับ Configuration ที่ผ่าน Review แยกสิทธิ์ Environment และ Secrets เลือกกลยุทธ์ Rollout พร้อมเกณฑ์ตรวจผลและ Rollback
จัดการ Runtime policy, สิทธิ์และการอัปเดต วาง Incident runbook และผู้รับผิดชอบ เชื่อม Runtime detection โดยกำหนดการตอบสนองและการอนุมัติไว้ล่วงหน้า
รวม Metrics, Logs และ Traces เพื่อประเมินผลกระทบ จัดลำดับ Feedback กลับไปที่ Plan โดยให้ทีมพิจารณา Scope และการเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มรอบใหม่
GATES THAT GUIDE THE WORK
กำหนด Gate ตามความเสี่ยงและความพร้อมของทีม เครื่องมือส่งหลักฐานให้คนตัดสินใจ ไม่ใช่แทนการกำหนด Policy
ตรวจโค้ด Dependency และข้อมูลลับตั้งแต่ Pull request กำหนดความรุนแรงที่ต้องหยุดและเจ้าของงานแก้ไข
ทดสอบพฤติกรรมและการเชื่อมระบบ ใช้ DAST กับ Staging ที่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจ Image และ Configuration
เลือก Artifact ที่ตรวจผ่านแล้ว ตรวจ Signature และบันทึกผู้อนุมัติ พร้อมแผน Rollback ที่เหมาะกับระบบ
ถ้า Gate ไม่ผ่าน ให้กลับไปแก้โค้ดหรือ Configuration และทดสอบใหม่ Exception ต้องมีผู้รับความเสี่ยง เหตุผล ขอบเขต และวันทบทวนตาม Policy ที่ตกลง
THE STACK, BY RESPONSIBILITY
ตัวอย่างเครื่องมือที่นำมาประเมินตามแต่ละบทบาท เราเลือกและเชื่อมเฉพาะส่วนที่เหมาะกับระบบ ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกตัว
บริหาร Source และงานที่ต้องทำ
สร้างและตรวจ Artifact ใน Pipeline
ตรวจช่องโหว่และที่มาของสิ่งส่งมอบ
จัดการ Container และการเปลี่ยน Configuration
ควบคุม Infrastructure, Automation และ Secret
เชื่อมสัญญาณกับการดูแลและ Runtime policy
ชื่อและโลโก้เป็นของเจ้าของแต่ละผลิตภัณฑ์ ใช้แสดงตัวอย่าง Toolchain; รุ่น License, การสนับสนุน และค่าใช้จ่ายตรวจตามข้อเสนอของแต่ละผู้ให้บริการ
THREE WAYS TO OPERATE
ออกแบบชุดเครื่องมือให้เข้ากับทีมเดิม ข้อกำหนดองค์กร และงบประมาณ โดยเลือกวิธีดูแลและการสนับสนุนที่เหมาะกับแต่ละส่วน
เหมาะกับทีมที่ต้องการปรับแต่งและมีแผนดูแล Upgrade, Backup และการแก้ปัญหา License แบบ Open Source ยังมีภาระด้านการปฏิบัติตามเงื่อนไขและต้นทุนดูแล
เลือกดูแลโดยทีมองค์กร หรือกำหนด Managed scope ร่วมกับ Ruk-Com
เหมาะกับองค์กรที่ต้องการ Governance แบบรวมศูนย์ ความสามารถด้าน Audit และ Vendor support เลือก Edition และสิทธิ์ใช้งานให้รองรับจำนวนทีมและการขยายระบบ
ประเมิน Subscription, Vendor support และหน้าที่ทีมดูแลแยกจากกัน
ใช้ Platform แบบ Open Source ร่วมกับเครื่องมือเชิงพาณิชย์หรือ SaaS ในจุดที่ตอบโจทย์ วาง Identity, Data flow และการรับผิดชอบข้ามระบบให้ครบ
ตรวจ Integration, Data residency และขอบเขต Support ระหว่างผู้ให้บริการ
Terraform และ Vault รุ่นปัจจุบันมีข้อกำหนด License แบบ source-available / commercial แยกจากทางเลือก Open Source เช่น OpenTofu และ OpenBao ต้องตรวจรุ่นและเงื่อนไขก่อนเลือกใช้
DELIVERED WITH YOUR TEAM
กำหนด Environment, ขอบเขตการเข้าถึง เกณฑ์รับงาน และผู้รับช่วงก่อนเริ่ม โครงการอาจเริ่มจาก Pilot แล้วขยายตามผลที่ตรวจร่วมกัน
Review ระบบและวิธีทำงานเดิม สรุป Gap, Target architecture และแผนปรับปรุง พร้อม Scope และความรับผิดชอบ
เชื่อม Pipeline, Infrastructure และ Security gates ใน Environment ที่ตกลง เก็บผลทดสอบและทำ Pilot ก่อนขยาย
ส่งมอบ Configuration, Pipeline code, Runbook และ Dashboard ถ่ายทอดความรู้ พร้อมแผน Update และ Support ตามข้อตกลง
Agent ช่วยรวบรวมสัญญาณและสรุปข้อมูลให้ทีมตรวจสอบ การเปลี่ยน Policy หรือ Production ยังอยู่ภายใต้สิทธิ์ Scope และการอนุมัติของคน
BEFORE WE BEGIN
เริ่มจาก Review ของเดิมได้ ประเมินจุดที่ขาดเรื่อง Review, Gate, Artifact และ Ownership แล้วเลือกปรับเฉพาะส่วนที่จำเป็นก่อน
License ของแต่ละโครงการมีเงื่อนไขต่างกัน และยังมีต้นทุน Infrastructure, การติดตั้ง Upgrade, Backup และ Support ต้องประเมินต้นทุนรวมและทีมที่รับผิดชอบ
เป็นตัวอย่างทางเลือก ทีมประเมินของเดิม เป้าหมาย และข้อจำกัดก่อนเสนอชุดที่เหมาะสม License และ Subscription ของผู้ให้บริการระบุแยกในข้อเสนอ
ตกลง Blocking policy และความรุนแรงที่ต้องแก้ก่อน Release ผลที่ไม่ผ่านจะกลับไปให้เจ้าของงานแก้และทดสอบใหม่ Exception ต้องมีการรับความเสี่ยงและอนุมัติตาม Policy
DAST ใน Pipeline เริ่มจาก Staging ที่ได้รับอนุญาต การทดสอบ Production ต้องมี Scope, ผู้อนุมัติ ช่วงเวลา และเงื่อนไขหยุดที่ตกลงแยกก่อนดำเนินการ
กำหนดสิ่งส่งมอบและสิทธิ์เข้าถึงในข้อตกลง พร้อม Pipeline code, Configuration, Runbook และการถ่ายทอดความรู้ เลือกให้ทีมองค์กรรับช่วงหรือวางบริการดูแลต่อได้
ตรวจตาม Edition และการใช้งานจริง เช่น GitHub Code Security / Secret Protection สำหรับ Private repository ต้องมี License ที่รองรับ ส่วน Security dashboard และ Policy บางส่วนของ GitLab อยู่ใน Ultimate; SonarQube มีทั้ง Community Build และ Server ซึ่งความสามารถต่างกัน เราช่วยแยกสิ่งที่ต้องใช้ก่อนประเมิน Subscription
LET’S CONNECT YOUR DELIVERY
เริ่มจากระบบที่ใช้อยู่ ปัญหาที่อยากแก้ และทีมที่จะรับช่วง เราช่วยวางทางเลือกและขอบเขตที่ทำต่อได้จริง